ข้าพระพุทธเจ้าน้อมถวายพระพรชัย ขอพระเกียรติเกริกไกรทุกสถาน ดวงพระราชหฤทัยสุขสราญ "หมู่ภัยพาลแพ้พ่าย" ระบารมี ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ


วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ในหลวงกับพระสุปฏิปันโน

ในหลวงกับหลวงปู่ดูลย์ อตุโล



หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
วัดบูรพาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์
ในหลวงกับหลวงปู่ขาว อนาลโย 





หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกองเพล ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
ในหลวงกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
วัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
ในหลวงกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร 



งานพระราชทานเพลิงศพพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร ต.พรรณา อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
ในหลวงกับหลวงปู่้แหวน สุจิณโณ







หลวงปู่้แหวน สุจิณโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
ในหลวงกับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม 
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
วัดป่าสัมมานุสรณ์ ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย
ในหลวงกับหลวงปู่หลุย จันทสาโร 
หลวงปู่หลุย จันทสาโร
วัดถ้ำผาบิ้ง ต.ผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย
ในหลวงกับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร 

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
วัดถ้ำผาปล่อง ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
ในหลวงกับหลวงพ่อเกษม เขมโก





หลวงพ่อเกษม เขมโก
สำนักสุสานไตรลักษณ์ (ป่าช้าศาลาดำ)
บ้านท่าคร่าวน้อย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง
ในหลวงกับหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต 

หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต
วัดอุดมคงคาคีรีเขต ต.บ้านโคก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น
ในหลวงกับครูบาชัยวงศาพัฒนา 

ครูบาชัยวงศาพัฒนา (ครูบาวงศ์)
วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ต.นาทราย อ.ลี้ จ.ลำพูน
ในหลวงกับหลวงพ่อวัน อุตฺตโม 

หลวงพ่อวัน อุตฺตโม
วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม (วัดถ้ำพวง) 
ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนคร
ในหลวงกับหลวงพ่ออุตตมะ อุตตมรัมโภ 
หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมรัมโภ
วัดวังก์วิเวการาม ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
ในหลวงกับหลวงพ่อพุธ ฐานิโย 

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ในหลวงกับหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ
เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมโกศาจารย์
เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ. นนทบุรี
ในหลวงกับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ 
(ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต) 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบาตรสมเด็จพระสังฆราชเจ้า 
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์  (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต)
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ถวายน้ำพระพุทธมนต์
แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๓

ในพระราชพิธีทรงผนวชพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ 
โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ-พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
ณ พระตำหนักบัญจบเบญจมา เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ 
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ถวายอนุศาสน์ 
เมื่อพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นทรงทำอุปัชฌายวัตร 
ณ พระตำหนักบัญจบเบญจมา เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ 
พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายสักการะทูลลาเพื่อทรงลาผนวช 
ณ พระตำหนักบัญจบเบญจมา เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ 
พระบรมสาทิสลักษณ์สีน้ำมันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงผนวช 
ทรงฉายกับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ฝีมือระเด่น บูซากิ 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต)
วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร
แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ในหลวงกับสมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายพัดยศและเครื่องสมณศักดิ์แด่สมเด็จฯ
ในงานพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
ทรงมีพระราชปฏิสันฐานกับสมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)
วัดมกุฏกษัตริยาราม ราชวรวิหาร
แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ในหลวงกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ)


พระรูปที่สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมดิลก
ทรงฉายกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ในกรอบ ณ ตำหนักพระรูป (ใหม่)
โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายพัดยศและเครื่องสมณศักดิ์แด่สมเด็จฯ 
ในงานพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ)
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร
แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ในหลวงกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายพระสุพรรณบัฏแด่สมเด็จฯ 
ในงานพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗ 


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงทอดผ้าป่า
และสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) ทรงพิจารณาผ้าป่า ณ พุทธมณฑล
ในพิธีเททองพระเกตุมาลาพระประธานพุทธมณฑล เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายน้ำสรงสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)
ในงานฉลองพระชนมายุ ๙๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายพัดแฉกงาพิเศษประดับพลอย
ในงานฉลองพระชนมายุ ๙๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร
แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ในหลวงกับสมเด็จพระญาณสังวร 
สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พุทธศักราช ๒๕๓๒-ปัจจุบัน

เมื่อครั้งทรงเป็น “พระอภิบาล” ของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
ในระหว่างที่ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ และเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

























สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พุทธศักราช ๒๕๓๒-ปัจจุบัน
วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ในหลวงกับพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาถวายผ้าพระกฐิน
ณ วัดมหาธาตุฯ แด่พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ)
ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชสิทธิมุนี 
เมื่อวันที่ ๓ พ.ย. ๒๕๒๘ เวลา ๑๖.๐๐ น.

พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ)
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ ราชวรมหาวิหาร
แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ในหลวงกับหลวงตามหาบัว ฌาณสัมปัณโณ
ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ
เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่พระราชญาณวิสุทธิโสภณ
เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒






 หลวงตามหาบัว ฌาณสัมปัณโณ
วัดป่าบ้านตาด อ. เมือง จ. อุดรธานี
ในหลวงกับหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

หลวงพ่อ คูณ ปริสุทฺโธ
วัดบ้านไร่ ต. กุดพิมาน อ. ด่านขุนทด จ. นครราชสีมา
ในหลวงกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน)
วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี
ในหลวงกับหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ

หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ
วัดธาตุมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม
ในหลวงกับหลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ 


ในหลวงทรงประคอหลวงปู่โต๊ะ ซึ่งมาเจริญพระพุทธมนต์ 
ในวโรกาสที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นการส่วนพระองค์ 
ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ 

หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ (พระราชสังวราภิมณฑ์)
วัดประดู่ฉิมพลี บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
ในหลวงกับพ่อท่านคล้าย จนฺทสุวณฺโณ
พระครูพิศิษฐ์อรรถการ (พ่อท่านคล้าย จนฺทสุวณฺโณ)
วัดสวนขัน ต.สวนขัน กิ่ง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช
ในหลวงกับหลวงปู่หล้า (ตาทิพย์) จนฺโท


หลวงปู่หล้า (ตาทิพย์) จนฺโท
วัดป่าตึง ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
ในหลวงกับพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ 
พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก)
บ้านคำแคนพัฒนา ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ
 
ในหลวงกับหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
และหลวงปู่หลอด ปโมทิโต (องค์ใส่แว่น)


หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
วัดธรรมมงคล แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

หลวงปู่หลอด ปโมทิโต 
วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) 
แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 
 
ในหลวงกับหลวงพ่อแบน ธนากโร 
หลวงพ่อแบน ธนากโร
วัดดอยธรรมเจดีย์ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
ในหลวงกับพระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว สุวณฺณโชโต) 
พระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว สุวณฺณโชโต)
วัดสุทธิตวราราม ต.ท่าฉลอม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ในหลวงกับหลวงปู่นำ ชินวโร



หลวงปู่นำ ชินวโร
วัดดอนศาลา ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

ในหลวงกับสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสารเถร)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ทรงสรงน้ำท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโร)
ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๘

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโร)
วัดราชผาติการาม แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ
ในหลวงกับครูบาพรหมา พรหมจักโก

ครูบาพรหมา พรหมจักโก
วัดพระพุทธบาทตากผ้า ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน
ในหลวงกับหลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป
พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป)
วัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี
ในหลวงกับหลวงปู่มหาปิ่น ชลิโต

เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๘ 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขับรถยนต์พระที่นั่ง 
เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ 
จากพระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ 
เพื่อทรงเยี่ยมราษฎร ณ บ้านคาและบ้านโป่งกระทิงล่าง 
ต.บ้านบึง กิ่ง อ.สวนผึ้ง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี (ในขณะนั้น) 
มีข้าราชการและราษฎรเป็นจำนวนมากที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท 
ได้ทรงมีพระราชปฏิสันถารอย่างใกล้ชิดกับบรรดาราษฎร
แล้วเสด็จไปยัง สำนักสงฆ์พระธาตุเขาน้อย 
(ปัจจุบันคือ วัดป่าพระธาตุเขาน้อย อ.บ้านคา จ.ราชบุรี) 
เสด็จขึ้นศาลาการเปรียญ ทรงจุดธูปเทียน ทรงนมัสการพระรัตนตรัย 
และมีพระราชดำรัสกับ พระครูวิโรจน์ธรรมาจารย์ (หลวงปู่มหาปิ่น ชลิโต) 
เกี่ยวกับทุกข์สุขของราษฎร แล้วเสด็จลงทรงเยี่ยมราษฎร 
และทรงปลูกต้นไม้ ได้แก่ ต้นปีบ (ต้นกาซะลอง) และต้นอินทนิล 
ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ 

พระครูวิโรจน์ธรรมมาจารย์ (หลวงปู่มหาปิ่น ชลิโต) 
วัดอริยวงศาราม (วัดหนองน้ำขาว) 
บ้านหนองน้ำขาว ต.ดอนกระเบื้อง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี


ในหลวงกับหลวงจีนคณาณัติจีนพรต (ไต้ซือเย็นบุญ )

หลวงจีนคณาณัติจีนพรต (ไต้ซือเย็นบุญ)
วัดทิพยวารีวิหาร (กัมโล่วยี่)
แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: เวปไซด์ลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net >>>www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=24605

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

“สมเด็จพระบรมฯ” เสด็จฯแทนพระองค์ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล 5 พ.ค. 2556


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชพิธี เนื่องในวันฉัตรมงคล พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ 

เวลา 10.35 น.วันที่ 5 พ.ค.2556 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย




เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล พระสงฆ์ 20 รูป ถวายพรพระจบแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยแทนเครื่องไทยธรรมแด่สมเด็จพระราชาคณะ และทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่รองสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ ซึ่งเดินเข้าไปรับจนหมด 20 รูป จากนั้นทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย บูชาเทพยดารักษานพปฎลมหาเศวตฉัตร สิริราชกกุธภัณฑ์

ขณะที่เจ้าพนักงานได้ปูลาดผ้าแดงเพื่อเตรียมการเวียนเทียน เมื่อเจ้าพนักงานเตรียมการพรักพร้อมแล้ว พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชนพปฎลมหาเศวตฉัตร สิริราชกกุธภัณฑ์ พนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร บัณเฑาะว์ และดุริยางค์ พราหมณ์เจิมนพปฎลมหาเศวตฉัตร โหรผูกผ้าสีชมพู

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระสุหร่ายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ทองคำประจำรัชกาล แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ






ขอขอบคุณเวปผู้จัดการOnlinehttp://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000053823

ในหลวงพระราชทานวิสุงคามสีมา 252 วัดทั่วประเทศ

 “สมเด็จวัดปากน้ำ” เผยวัดที่ได้วิสุงคามสีมาเป็นวัดที่มีความพร้อมทุกด้าน แนะเจ้าอาวาสวัดทำวัดให้สง่า ร่มรื่น ไม่ต้องสร้างตึกสวยใหญ่โต กตัญญูต่อแผ่นดินถวายเป็นพระราชกุศล 


สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในฐานะคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานมอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ให้แก่วัดจำนวน 252 วัดทั่วประเทศ ณ วัดไร่ขิง จ.นครปฐม

วันนี้ (6 พ.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ซึ่งมีวัดที่ได้รับพระราชทานประจำปี 2556 จำนวน 252 แห่ง โดยมีคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ผู้บริหาร พศ.และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวสัมโมทนียกถาว่า ทุกวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงว่าวัดนั้นมีความพร้อมทุกด้าน สามารถทำสังฆกรรมได้ทุกอย่าง อาทิ อุปสมบท รับกฐิน กิจกรรมของประชาชน เรื่องวิสุงคามสีมานี้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภ์พระพุทธศาสนา การที่วัดได้พระราชทานวิสุงคามสีมาแสดงว่าทรงพระราชทานพื้นที่วัดแห่งนี้ให้เป็นที่ของศาสนา เป็นที่ของพระสงฆ์ ใครจะเอาไปไหนไม่ได้ เราต้องรู้สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ดังนั้น ท่านเจ้าอาวาสทั้งหลายจงตั้งใจตอบสนองพระมหากรุณาธิคุณ จงตั้งใจทำคุณงามความดีเพื่อสนองพระราชศรัทธา มีความกตัญญูต่อแผ่นดิน โดยสร้างวัดให้สง่า ให้ร่มรื่น ปลูกต้นไม้ เป็นที่ศรัทธาของประชาชน และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“การทำวัดให้สง่า ร่มรื่น ไม่ต้องเสียเงินเสียทองอะไรมาก ไม่ต้องสร้างตึกสวยๆ ใหญ่โต แต่ควรดูแลเสนาสนะ ศาลาการเปรียญดูงามสะอาดตา ต้องขยันกวาดวัด ถูวัด เป็นแบบอย่างให้พระลูกวัดช่วยกันทำวัดให้สะอาด รวมไปถึงร่วมกันปลูกต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ให้ร่มรื่น น่าอยู่ เพื่อเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานวิสุงคามสีมาให้” สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าว

ด้าน นายนพรัตน์ กล่าวว่า พิธีมอบประกาศดังกล่าวจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2545 โดยวัดที่จะได้พิจารณารับพระราชทานวิสุงคามสีมาต้องเป็นวัดที่มีความมั่นคงถาวร เจ้าอาวาสจะต้องเป็นผู้มีศักยภาพในการบูรณปฏิสังขรณ์ และพัฒนาวัดให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ.2507) ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ข้อ 11 ซึ่งระบุว่า วัดที่สมควรได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ต้องสร้างหรือได้ปฏิสังขรณ์เป็นหลักฐานถาวรและมีพระภิกษุอยู่ประจำไม่น้อยกว่า 5 รูป ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่ระยะเวลา 5 ปี มิให้ใช้บังคับแก่วัดที่สร้างอุโบสถเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ขอขอบคุณเวปผู้จัดการ Online : http://manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000054302

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ “วันฉัตรมงคล”

๕ พฤษภาคม “วันฉัตรมงคล” 
วันมหามงคลของปวงชนชาวไทย


วันที่ ๕ พฤษภาคม เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของปวงชนชาวไทย ที่อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ควรระลึกถึง 

ความหมายของวันฉัตรมงคล

วันฉัตรมงคล (อ่านว่า ฉัด-ตระ-มง-คล) มีความหมายตามพจนานุกรมว่า พระราชพิธี ฉลองพระเศวตฉัตร ทำในวันซึ่งตรงกับวันบรมราชาภิเษก




ความสำคัญของวันฉัตรมงคล

วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ และดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” เนื่่องจากยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาอยู่ ณ ทวีปยุโรป จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะ จึงได้เสด็จนิวัติประเทศไทย

ดังนั้นรัฐบาลไทยและ พสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓


ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้


ความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

การจัดพระราชพิธีบรม ราชาภิเษกนั้น มีหลักฐานปรากฎในหลักศิลาจารึก วัดศรีชุมของพญาลิไทว่า เริ่มต้นมาตั้งแต่ครั้งพ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาว หรือ พ่อขุนบางกลางท่าว ให้เป็นผู้ปกครองเมืองสุโขทัย

จากนั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้ถูกต้องสมบูรณ์ โดยพระมหากษัตริย์ที่ยังมิได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะไม่ใช้คำว่า “พระบาท” นำหน้า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และคำสั่งของพระองค์ก็ไม่เรียกว่า “พระบรมราชโองการ” และอีกประการหนึ่งคือ จะยังไม่มีการใช้ นพปฎลเศวตฉัตร หรือฉัตร ๙ ชั้น



ความเป็นมาของพระราชพิธีฉัตรมงคล

ก่อนหน้ารัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชพิธีฉัตรมงคลถือเป็นพิธีของเจ้าพนักงานในพระราชฐาน ที่มีหน้าที่รักษาเครื่องราชูปโภคและพระทวารประตูวัง ได้จัดการสมโภชสังเวยเครื่องราชูปโภคที่ตนรักษาทุกปีในเดือนหก และเป็นงานส่วนตัว ไม่ถือเป็นงานหลวง

จนกระทั่ง สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทรงกระทำพิธีฉัตรมงคลขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๙๓ โดยมีพระราชดำริว่า


วันบรมราชาภิเษกเป็นมหามงคลสมัยที่ควรแก่การเฉลิมฉลองในประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน จึงถือให้วันนั้นเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล และควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ แต่เนื่องจากเป็นธรรมเนียมใหม่ ยากต่อการเข้าใจ อีกทั้งเผอิญที่วันบรมราชาภิเษกไปตรงกับวันสมโภชเครื่องราชูปโภคที่มีแต่เดิม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงอธิบายว่า วันฉัตรมงคลเป็นวันสมโภชเครื่องราชูปโภค จึงไม่มีใครติดใจสงสัย


ดังนั้นจึงได้มีพระราชดำริจัดงานพระราชกุศลพระราชทานชื่อว่า “ฉัตรมงคล” นี้ขึ้น โดยได้มีการเฉลิมฉลองด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพุทธมนต์ ในวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือน ๖ รุ่งขึ้นมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าการเฉลิมฉลองพระราชพิธีฉัตรมงคล เริ่มมีในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก


ต่อมาในสมัยรัชกาล ที่ ๕ วันบรมราชาภิเษกตรงกับเดือน ๑๒ จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉัตรมงคลในเดือน ๑๒ แต่ไม่ได้รับการยินยอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงแก้ไขด้วยการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยตราจุลจอมเกล้าสำหรับตระกูลขึ้น ให้มีพระราชทานตรานี้ตรงกับวันคล้ายบรมราชาภิเษก ท่านผู้หลักผู้ใหญ่จึงยินยอมให้เลื่อนงานฉัตรมงคลมาตรงกับวันบรมราชาภิเษก แต่ยังให้รักษาประเพณีสมโภชเครื่องราชูปโภคอยู่ตามเดิม รูปแบบงานวันฉัตรมงคลจึงเป็นเช่นนี้จนถึงปัจจุบัน


พระราชพิธีฉัตรมงคลในรัชกาลปัจจุบัน


ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงาน ๓ วัน นั่นคือ

วันแรก ตรงกับวันที่ ๓ พฤษภาคม เป็นงานพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระบรมราชบุพการี เป็นพิธีสงฆ์สดัปกรณ์ พระบรมอัฐิ สมเด็จสวดพระพุทธมนต์ แล้วพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนา ซึ่งในวันนี้ได้เพิ่มพระราชพิธีตรึงหมุดธงชัยเฉลิมพล ที่จะพระราชทานแก่หน่วยทหารบางหน่วยเข้าไว้ด้วย

วันที่ ๔ พฤษภาคม เป็นวันเริ่มพระราชพิธีฉัตรมงคล เจ้าพนักงานจะได้อัญเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขึ้นประดิษฐานบนแท่นใต้พระมหาปฎลเศวตฉัตร พระครูหัวหน้าพราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคล แล้วทรงสดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เวลาเที่ยง ทหารบก ทหารเรือ จะยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ ๒๑ นัด


  
ส่วนวันที่ ๕ พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ทรงบูชาเครื่องกกุธภัณฑ์ พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตรและราชกกุธภัณฑ์ ตอนเย็นพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าแก่ผู้ที่มีความดีความชอบ แล้วเสด็จนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ที่ปราสาทพระเทพบิดร เป็นเสร็จพระราชพิธี

ทั้งนี้ในวันฉัตรมงคล สำนักพระราชวังได้เปิดปราสาทหลายแห่งให้ประชาชนได้เข้าชมและถวายบังคมอีกด้วย

กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันฉัตรมงคล


๑. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ

๒. ร่วมทำบุญตักบาตร ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

๓. น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยพร้อมเพรียงกัน กล่าวคำถวายอาศิรวาทราชสดุดี ถวายชัยมงคลให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมหามิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทยไปชั่วกาลยิ่งยืนนาน

เมื่อวันฉัตรมงคลเวียนมาบรรจบครบรอบอีกหนึ่งครา ในวันที่ ๕ พฤษภาคม พสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย จึงควรระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันมีคุณอนันต์แก่ปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

กว่า ๖๐ ปีที่ทรงดำรงฐานะเป็นพระประมุขของชาติ 
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานกว่ามหาราชาองค์ใดในโลก
และบูรพกษัตริย์องค์ใดในสยาม ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญาความสามารถ
และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับปการในทุกๆ ด้าน 
เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ และพัฒนาคุณภาพชีิวิตของประชาชน 
ด้วยทรงหวังให้ประชาชนถึงพร้อมด้วยประโยชน์สุข 
ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้เมื่อทรงเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ 
ดังพระปฐมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ที่ว่า 

"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม" 




ขอพระบารมีแผ่ไพศาล ขอทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง 
สถิตย์เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบต่อไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าพสกนิกรชาวไทย
ผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตราบชีวิตนี้จะหาไม่








ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล :
http://www.chaoprayanews.com/2012/05/02/5%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E2%80%9C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E2%80%9D%E0%B8%A7%E0%B8%B1/

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สมเด็จพระบรมฯ สมเด็จพระเทพฯ ทรงโชว์รอยยิ้มสยามที่เนเธอร์แลนด์




ถือเป็นอีกหนึ่งรอยยิ้มของชาวสยามประเทศอีกครั้ง เมื่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯแทนพระองค์ทรงร่วมพระราชพิธี เจ้าชายวิลเลม - อเล็กซานเดอร์ มกุฎราชกุมารแห่งเนเธอร์แลนด์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า สมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์ แห่งเนเธอร์แลนด์ พระชนมพรรษา 75 พรรษา ทรงสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย หลังทรงครองราชย์ยาวนาน 33 ปี เพื่อให้เจ้าฟ้าชายวิลเลม อเล็กซานเดอร์ มกุฎราชกุมาร พระชนมายุ 46 พรรษา พระราชโอรสองค์โตทรงขึ้นครองราชย์แทน โดยถือเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์แรกของเนเธอร์แลนด์ในรอบกว่า 100 ปี และนับเป็นการสิ้นสุดการขึ้นครองราชย์ของสตรีที่นานที่สุดในทวีปยุโรปลงด้วย

แต่ภาพที่ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าต่างปลื้มปีติคือ รอยยิ้มของเจ้านายทั้ง 2 พระองค์ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง โดยทั้งสองพระองค์พระสง่างามในชุดฉลองพระองค์จักรีเต็มยศ พระพักตร์สดใส พร้อมโบกพระหัตถ์ทักทายพเหล่าพสกนิกรที่มาร่วมแสดงความยินดีกับ เจ้าชายวิลเลม ซึ่งภาพนี้ได้สร้างความปลื้มปีติให้แก่พสกนิกรชาวไทยที่มารอรับเสด็จฯ บริเวณด้านนอกพระราชวังกรุงอัมสเตอร์ดัม บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความภาคปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้เห็นเจ้านายทั้ง 2 พระองค์ทรงโชว์รอยยิ้มสยามให้แก่ทั่วโลกได้รับรู้










ขอขอบคุณที่มาภาพและข่าว : เวปผู้จัดการ Online
 http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9560000052269